ชาเขียว พืชสำหรับคนใส่ใจสุขภาพ – August 1st, 2015

ปัจจุบันชาเขียวได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากการใช้ชาเขียวในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มอย่างแพร่หลาย ยิ่งอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรา เหมาะสำหรับการดื่มน้ำเย็นๆ หากเพื่อนๆ รู้สึกกระหายน้ำลองเดินเข้าไปที่ร้านขายน้ำ รับประกันได้เลยว่าเครื่องดื่มที่อยู่ในตู้เย็นจะต้องมีชาเขียวรวมอยู่ในนั้นอย่างแน่นอน
ส่วนคุณประโยชน์ที่สำคัญของชาเขียวก็มีมากมาย เช่น ช่วยป้องกันโรคฟันผุได้ โดยชาเขียวจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหินปูน เป็นแหล่งของวิตามิน C สูง ดีต่อระบบต้านทานโรคภายในร่างกาย
ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร โดยชาเขียวจะช่วยยับยั้งการพัฒนาของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเซลล์มะเร็ง ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เพราะชาเขียวมีสารกาเฟอีนเช่นเดียวกับกาแฟ และยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้
นอกจากนี้ยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความแก่ ไม่ทำให้เกิดลิ่มเลือดสามารถต้านทานเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้สูง
มีคำแนะนำในการดื่มชาเขียวก็คือในการต้มชานั้นควรต้ม อย่างน้อย 1 นาที เพราะสารฟลาโวนอยด์ที่อยู่ในชาเขียวจะละลายได้ในน้ำร้อน รวมไปถึงการดูดซึมจะดีขึ้นด้วย การดื่มชาเขียวนี้จะได้รับประโยชน์มากกว่าการดื่มชาดำมาก หากดื่มประมาณ 3-4 แก้วต่อวัน ก็จะทำให้สุขภาพแข็งแรงและได้รับประโยชน์สูงสุดจากชา
แต่มีข้อควรระวังก็คือไม่ควรดื่มชาเขียวในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะในชานั้นจะมีกาเฟอีนอยู่สูงจึงอาจไปกระตุ้นการ ทำงานของหัวใจและทำให้ท้องผูกได้ และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะดื่มชาก่อนเข้านอนเพราะจะทำให้นอนหลับยากมาก

ใบแปะก๊วยกับประโยชน์ดีๆที่ไม่ควรมองข้าม – July 28th, 2015

แปะก๊วย พืชสมุนไพรจากแดนมังกร ได้ยินว่าเป็นถึงสมุนไพรจากประเทศจีนต้นตำรับการแพทย์ทางเลือกตั้งแต่สมัยโบราณ แสดงว่าแปะก๊วยต้องมีดีอย่างแน่นอน ต่อไปเราจะพาไปดูสรรพคุณที่มีประโยชน์ของแปะก๊วยกันค่ะ
ปัจจุบันแปะก๊วยได้ถูกนำไปสกัดเพื่อใช้ทั้งในการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนโบราณ โดยส่วนมากที่เราเห็นจะอยู่ในรูปของอาหารเสริม แปะก๊วยที่เป็นเม็ดหรือแคปซูลซึ่งก็มีราคาไม่ถูกนัก แต่ในเรื่องของประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพของเรานั้นถือว่ามีมากและคุ้มค่าทีเดียว
ส่วนหนึ่งที่สำคัญของต้นแปะก๊วยก็คือใบนั่นเอง ประโยชน์สำคัญๆของใบแปะก๊วยก็คือ ช่วยยับยั้งการทำลายของอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยทำให้ความทรงจำดีขึ้น จึงดีต่อเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต และดีต่อผู้สูงอายุที่มีปัญหาในเรื่องความจำเช่นกัน นอกจากนี้ยังทำให้มีสมาธิมากขึ้นด้วย
ช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นจึงไม่มีปัญหาของโรคเหน็บชาและเส้นเลือดดำขอด รวมถึงอาการต่างๆที่เกิดที่ในวัยชรา เช่น ปวดขา ปวดเท้า เพราะด้องยืนและเดินบ่อยๆนั้น ใบแปะก๊วยก็สามารถช่วยได้
แต่อย่างไรก็ดีการใช้ใบแปะก๊วยก็สามารถทำให้เกิดอาการคันและมีผื่นขึ้นตามผิวหนังได้ รวมไปถึงมีอาการปวดหัวในสตรีที กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร สรุปก็คือแปะก๊วยมีประโยชน์มากมายหลากหลาย แต่หากรับประทานมากเกินไปก็อาจกลายเป็นผลเสียได้เช่นกัน สำหรับปริมาณของแปะก๊วยที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันจะอยู่ที่ประมาณ 160 มิลลิกรัมต่อวัน เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

ถั่วฝักยาว ผักมหัศจรรย์ต้านโรค – July 1st, 2015

ถั่วฝักยาว ถือเป็นพืชในตระกูลเดียวกับถั่ว มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ ลำต้นมีลักษณะเป็นไม้เลื้อย ฝักสีเขียวมีความยาวตั้งแต่ 20 เซนติเมตรขึ้นไป ภายในมีเมล็ดรูปร่างคล้ายถั่ว รสชาติหวาน สาวๆ สามารถทานเมล็ดในฝักนั้นได้ และถือเป็นผักที่นิยมของชาวเอเชียอย่างมาก สามารถนำไปประกอบอาหารอย่างเช่น ผัดกระเพรา ผัดพริกแกง หรือใส่ในแกงส้ม แกงป่า และส้มตำ หรือนำไปทานสดๆ กับอาหารเป็นผักเคียง เพราะ ถั่วฝักยาวมีเนื้อกรอบอร่อย ได้แก่ ลาบ น้ำพริก และขนมจีน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังเป็นผักที่รวมแหล่งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ อย่างวิตามินเอ วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และมีกากใยอาหารสูง ซึ่งล้วนแต่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ดังนี้
1. มีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้องที่เกิดจากการทานอาหารมากเกินไป โดยให้เคี้ยวฝักสด หรือตำแล้วคั้นดื่มแต่น้ำ
2. ช่วยระงับอาการปวดบวมของร่างกาย อย่างปวดเอว หรือสาวๆ ที่มีแผลตรงเต้านม เพียงนำเปลือกฝักมาตำ แล้วนำมาพอกตามจุดที่ปวด
3. นำเมล็ดไปต้มน้ำ แล้วนำมาดื่มจะช่วยบำรุงม้าม และไต แล้วยังช่วยแก้อาการกระหายน้ำ อาการอาเจียน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาอาการตกขาวของสาวๆ ได้ โดยนำเมล็ดแห้งหรือสด กับผักบุ้งมาตุ๋นกับเนื้อสัตว์แล้วนำมารับประทาน
ประโยชน์ของผักนั้นมีมากมาย แต่สาวๆ ก็ต้องระวังสิ่งปรกและสารพิษจากยาฆ่าแมลงด้วย ดังนั้นสาวๆ อย่าลืมนำผักไปล้างน้ำสะอาด อาจจะแช่น้ำเกลือ หรือด่างทับประมาณ 10 นาที ก่อนนำไปรับประทานหรือปรุงอาหารนะจ๊ะ เพื่อความปลอดภัย และไม่ให้มีสารพิษตกค้างในร่างกายของสาวๆ เองด้วย

โหระพา ผักพื้นบ้านเพื่อสุขภาพ – June 28th, 2015

โหระพา เป็นผักที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย ลักษณะลำต้นมีขนาดเล็ก ใบมีสีเขียวอมม่วง เป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม ผู้คนจึงนิยมนำมาปรุงอาหารในหลายๆ เมนู เช่น ใส่ในแกงเขียวหวาน หรือนำไปผัดกับหอยลาย นอกจากนั้นยังนิยมกินแบบสดกับลาบ หรือน้ำตก และใส่เป็นผักต้มในอาหารอีสาน เช่น แจ่วฮ้อน อีกทั้งยังอาหารเวียดนามนิยมกินสด เช่น แหนมเนือง เปาะเปี๊ยะเวียดนาม หรือใส่ในก๋วยเตี๋ยวที่เรียกว่า เฝอ แต่ในก๋วยเตี๋ยวของไทยเราก็นิยม โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวเรือ แต่หลายๆ คนไม่ค่อยทราบถึงสรรพคุณของโหระพามากนัก วันนี้เราจะมากล่าวถึงประโยชน์กันนะคะ
1. เป็นแหล่งรวมของสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจขาดเลือด และช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน
2. ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนม เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาในการให้นมบุตร
3. น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากใบโหระพา เมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการซึมเศร้า มีจิตใจที่สงบ แล้วยังสามารถนำไปไล่ยุงและแมลงต่างๆ ได้
4. การทานใบโหระพา มีส่วนช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แล้วยังช่วยให้ระบบการย่อยอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยให้คุณเจริญอาหารอีกด้วย
5. ช่วยรักษาแผลที่เป็นหนอง รักษาอาการผื่นคัน และช่วยดูดสารพิษออกจากผิวหนัง โดยการนำใบโหระพามาตำ แล้วนำไปพอกที่แผลนั้นๆ
ว้าว…โหระพามีประโยชน์ไม่น้อยเลย แถมมีกลิ่นหอมชวนน่ารับประทานอย่างมาก แต่ข้อควรระวังก่อนรับประทานควรล้างน้ำให้สะอาด และรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ มิเช่นนั้นจากประโยชน์จะกลายเป็นโทษนะคะ

ออกกำลังกายให้สมวัย – June 24th, 2015

ออกกำลังกายให้สมวัย

การที่จะมีสุขภาพที่ดีได้นั้น นอกจากจะต้องดูแลในเรื่องของอาหารการกินให้เหมาะสมกับวัยและอายุของแต่ละคนแล้ว การออกกำลังกายก็เช่นเดียวกัน ต้องดูให้เหมาะสมกับวัยนั้นๆด้วย ยิ่งปัจจุบันความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีต่างๆมีเข้ามาอยู่เสมอๆเพื่อรองรับกับความสะดวกสบาย ทำให้คนเรามักจะมีข้ออ้างที่จะออกกำลังกายอยู่เสมอๆ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยให้ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพนั้นก็คือปรับจูนกิจกรรมให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของทุกช่วงวัย

1.ช่วงอายุ 1-3 ปี เป็นช่วงที่สามารถเริ่มทำกิจกรรมได้เล็กน้อย อย่างเช่น การวิ่ง การกระโดด การเดิน

2.ช่วงอายุระหว่าง 4-6 ปี เป็นช่วงที่กล้ามเนื้อเริ่มมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการว่ายรำ การวิ่ง การปั่นจักรยาน

3.ช่วงอายุระหว่าง 7-17 ปี เป็นช่วงที่ร่างกายมีความคล่องแคล่วมากขึ้น และเพื่อเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้ออีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการพัฒนาการทางด้านสมอง กิจกรรมที่ควรทำ คือ การว่ายน้ำ การเล่นบาสเกตบอล การวิ่ง แบตมินตัน กอล์ฟ และกีฬาประเภทอื่นๆที่มีความสนใจ

4.ช่วงอายุระหว่าง18-35 ปี ในวัยนี้เป็นวัยที่ร่างกายมีความเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่และสามารถที่จะออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาต่างๆ โยคะ พิลาทีส ว่ายน้ำ เต้นรำ แอโรบิก และในช่วงวัยนี้สามารถออกกำลังกายได้ทุกวันหรือ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์และต้องไม่ต่ำกว่า 30 นาที ด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้นการทำงานของระบบเผาผลาญจะต่ำลงมา ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นการกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

5.ช่วงวัยระหว่าง 36-59 ปี ช่วงนี้เป็นช่วงที่ร่างกายมีความเสื่อม ดังนั้นการทำกิจกรรมต่างๆต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับวัย สถานที่และโอกาส

6.ช่วงวัยระหว่างอายุ60ปีขึ้นไป ช่วงวัยนี้จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของร่างกายเป็นหลัก ดังนั้นควรทำกิจกรรมที่เบาๆเช่น การวิ่งเหยาะๆ การเดิน การรำกระบี่กระบอง การรำมวยจีน เป็นต้น

เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงอย่างยั่งยืน การออกกำลังกายที่ก่อให้เกิดประโยชน์และดีที่สุดนั้นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของอายุ เพศและวัยเป็นสิ่งสำคัญ

ต้นหอม ผักสีเขียวเพื่อสุขภาพ – May 31st, 2015

ต้นหอม เป็นพืชล้มลุก มีลักษณะโดดเด่น ส่วนหัวมีสีขาวอยู่ใต้ดิน ทำหน้าที่สะสมอาหาร ส่วนลำต้นและใบมีสีเขียวลักษณะเป็นท่อยาว ปลายแหลม สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด แต่ก็เป็นผักที่หลายๆ คนอาจไม่ชอบ เพราะ ไม่หอมเหมือนชื่อเลย มันกลับมีกลิ่นฉุนและรสซ่าเล็กน้อย
เมนูยอดฮิตของต้นหอม ได้แก่ การนำไปใช้ประกอบอาหารอย่างไข่เจียว ต้มจืด โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว หรือลาบ แล้วยังใช้ทานเป็นผักเคียงด้วย เช่น ผัดไท เปาะเปี๊ยะสด หรือนำไปโรยหน้าในเมนูอื่นๆ ผักขนาดเล็กอย่างต้นหอม อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราไม่น้อยเลยทีเดียว มาสรรพคุณดูกันเลยจ้า
1. ช่วยบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก และลดน้ำมูก เพราะ ในหัวหอมมีน้ำมันหอมละเหยและมีกลิ่นฉุน เพียงแค่สาวๆ นำใบ หรือนำหัวมาทุบพอแตก แล้วใช้สูดดมก็ช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้
2. ช่วยลดคลอเลสเตอรอลในเลือดและป้องกันไขมันไม่ให้เกาะตามผนังเส้นเลือด ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเส้นเลือดสมองอุดตัน โดยการรับประทานต้นหอมแบบสดๆ เป็นประจำในปริมาณพอเหมาะ
3. ในต้นหอมมีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารประกอบจากธรรมชาติที่สามารถช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งอีกด้วย
นอกจากการทานแบบสด หรือนำไปปรุงกับอาหารแล้ว ยังสามารถนำไปดองเพื่อถนอมอาหารได้อีกด้วย ซึ่งนิยมทานต้นหอมดองคู่กับขนมจีน นำพริก หรือใส่ในแกงต่างๆ
สุดท้าย.. ขอเตือนไว้ก่อนว่า ต้นหอมมีกลิ่นฉุนจึงควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ หากสาวๆ รับประทานมากไป อาจจะมีกลิ่นตัวเอาได้นะจ๊ะ

กะเพรา ผักพื้นบ้านเพื่อสุขภาพ – May 24th, 2015

“กะเพรา” เป็นที่นิยมสำหรับบ้านเรามาก ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ กะเพราะแดง จะมีลำต้นสีแดงอมเขียว และกะเพราขาวจะมีลำต้นสีเขียวอมขาว ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวมีสีเขียว ปลายใบจะมนหรือแหลม ส่วนดอกกะเพราจะออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีดอกสีขาวแกมม่วง
กะเพราจัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด กะเพราะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด แต่กะเพราแดงจะออกฤทธิ์ที่แรงกว่ากะเพราขาว จึงนิยมใช้กะเพราแดงมาทำเป็นยาสมุนไพร ได้แก่ ส่วนของใบ ยอดกะเพราแบบสดและแห้ง แต่ในส่วนของการประกอบอาหารจะนิยมใช้กะเพราขาวมากกว่า
วันนี้เรามีสรรพคุณทางยาของกะเพรามาฝากสาวๆ กันด้วยนะคะ
1. ส่วนของใบสด จะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ ประกอบไปด้วย linaloo และ methyl chavicol เป็นยาแก้ขับลม ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง แก้อาการจุกเสียดในท้องได้ โดยนำใบสดหรือยอดอ่อน สัก 1 กำมือ มาต้มกับน้ำให้เดือด แล้วกรองเอาแต่น้ำมาดื่ม หากคุณจะถ้าใช้กับเด็กทารก แนะนำให้เอาใบกะเพรามาตำให้ละเอียด แล้วคั้นเอาแต่น้ำ มาผสมกับน้ำยามหาหิงคุ์ แล้วใช้ทาบริเวณรอบๆ สะดือ และทาที่ฝ่าเท้า จะช่วยแก้อาการปวดท้องของเด็กได้
2. น้ำกะเพราที่เราคั้นออกจากใบ ยังช่วยในการขับเสมหะ ขับเหงื่อ หรือใช้ทาภายนอกแก้โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อนได้อีกด้วยนะ
3. สำหรับใบแห้ง ให้นำมาชงกินกับน้ำ จะช่วยแก้ท้อง และน้ำมันที่ได้จากใบกะเพรานั้น สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคบางชนิด ช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางอย่าง และมีฤทธิ์ฆ่ายุงได้
นอกจากนี้ ใบสดยังนำมาผัด หรือนำมาใส่แกงเป็นอาหารได้อีกด้วย สาวๆ ลองหามาทานกันดูนะจ๊ะ

เมล็ดฟักทอง พืชสำหรับคนใส่ใจสุขภาพ – May 10th, 2015

เพื่อนๆหลายคนคงเคยกินฟักทอง ผลไม้ลูกใหญ่ๆ เนื้อภายในเป็นสีทองอร่าม แต่นอกจากเนื้อฟักทองที่กินได้แล้ว จะมีใครรู้บ้างว่าเมล็ดฟักทองก็สามารถกินได้เหมือนกันนะคะ เมล็ดฟักทองนั้นเรารู้จักกันดีในแง่ของเมล็ดพืชที่ใช้เป็นของว่างขบเคี้ยวเพลินๆ เพราะเมล็ดฟักทองจะมีความหวานมันในตัวเอง รวมถึงเป็นของกินเล่นที่มีประโยชน์สูงเมื่อเทียบกับขนมกรุบกรอบทั้งหลาย
ประโยชน์ของเมล็ดฟักทองมีมากมายคือ มีวิตามิน E สูง เมื่อกินเข้าไปแล้วก็ช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ลดโอกาสการเป็นหมันนอกจากนี้ในเมล็ดฟักทองยังมีโฟเลตที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง รวมถึงยังมีแร่ธาตุแมกนีเซียม สังกะสี และเหล็ก รวมอยู่สูงอีกด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อต่อมลูกหมาก และระบบอวัยวะสืบพันธุ์ ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคนิ่วและโรคทางเดินกระเพาะปัสสาวะได้อีกด้วย
เมล็ดฟักทองมีโอเมก้า3 จึงช่วยบำรุงสมอง ทำให้หัวใจ แข็งแรงช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลได้ รวมไปถึงสามารถยับยั้ง เซลล์มะเร็งที่เต้านม ต่อมลูกหมาก และลำไส้ใหญ่อย่างได้ผล
นอกจากนี้ในเมล็ดฟักทองจะมีกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัว สามารถลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด และแก้ปัญหาหลอดเลือกอุดตันได้ หรือหากเพื่อนๆต้องการขับพยาธิออกจากร่างกาย เมล็ดฟักทองก็ช่วยได้เช่นกัน โดยให้รับประทานตอนท้องว่างๆ วันละ 1-2 ครั้ง พยาธิชนิดต่างๆเช่น พยาธิเส้นด้าย พยาธิตัวตืด พยาธิใบไม้ ก็จะถูกขับออกมาได้ค่ะ
ในส่วนของปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคก็คือประมาณ 15 กรัมต่อวันก็เพียงพอแล้ว ไม่ควรกินมากเพราะจะทำให้อ้วนได้ เนื่องจากเมล็ดฟักทองมีไขมันอยู่สูงทีเดียว

กะหล่ำปลีกับประโยชน์ดีๆที่ไม่ควรมองข้าม – March 24th, 2015

พูดถึง “กะหล่ำปลี” คงไม่มีใครไม่รู้จัก ผักนี้มีทั้งสีเขียวและสีม่วง ลักษณะของลำต้นจะสั้น ส่วนใบจะซ้อนกันเป็นชั้นๆ รูปทรงกลมๆ ผล เป็นผักยอดฮิตที่นำไปทานเป็นผักเคียง เช่น เมนูยำต่างๆ ลูกชิ้นทอด สลัดผัก ส้มตำ ลาบ และน้ำตก หรือจะนำไปประกอบอาหาร เช่น กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา และแกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้หมู แต่ละเมนูชวนหิวทั้งนั้นเลย เราไปดูประโยชน์กันดีกว่า
กะหล่ำปลีมีสรรพคุณช่วยแก้เผ็ดร้อนได้ จึงนิยมนำมาทานกับอาหารอีสานเป็นผักเคียง และถือเป็นสุดยอดผักวิตามินเลยนะ เพราะ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด มีสารซัลเฟอร์ ที่ช่วยระงับประสาท ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และนอนหลับสนิท นอกจากนั้นยังช่วยเสริมสร้างระบบการทำงานของร่างกาย ได้แก่ ระบบการทำงานของตับ ระบบการย่อยอาหาร ช่วยล้างพิษในลำไส้ ตับ และไต ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการท้องผูก และมีกรดโฟลิก ซึ่งมีประโยชน์กับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างมาก เพราะ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อยในครรภ์ได้
สำหรับการเลือกซื้อ ให้เลือกหัวที่น้ำหนักปานกลาง ไม่มีรอยซ้ำ เวลานำไปประกอบอาหารควรลอกใบด้านนอกออก 1-2 ใบ แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด และที่สำคัญการทานกะหล่ำปลีควรปรุงให้สุกทุกครั้งนะคะ หากคุณทานผักกะหล่ำดิบในปริมาณมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณในระยะยาวได้ เพราะ ในกะหล่ำปลีมีสาร Goitrogen ที่ทำให้ต่อมไทรอยด์ไม่จับกับไอโอดีน จึงไม่สามารถสร้างสาร Thyroscine ได้ ทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคคอหอยพอก แต่ไม่ต้องกลัว เพราะ สารนี้จะถูกทำลายเมื่อโดนความร้อน เพื่อสุขภาพที่ดีคุณไม่ควรมองข้ามสิ่งเล็กๆ อย่างวิธีการปรุงอาหารนะคะ

แตงกวา ผักสีเขียวเพื่อสุขภาพ – March 14th, 2015

แตงกวา สามารถหาทานได้ง่าย ในประเทศไทยเองนิยมปลูกขายเป็นจำนวนมาก เพราะ ปลูกง่าย และสามารถเก็บผลผลิตได้รวดเร็ว หลายๆ คนมักจะคุ้นเคย และเห็นแตงกวาบ่อยๆ ในอาหารจานด่วน ซึ่งเป็นผักที่นิยมใช้ตกแต่งจานให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น เช่น ข้าวผัด ผัดกระเพรา ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ เป็นต้น อีกทั้งใช้ประกอบอาหารอย่าง แตงกวาผัดใส่ไข่ ต้มจืดแตงกวายัดไส้หมูสับ และยังใช้ทานเป็นผักเคียงกับเมนูน้ำพริกต่างๆ อีกด้วย
เมนูอาหารที่มีแตงกวาเป็นส่วนประกอบมีอยู่มากมาย เรามาดูประโยชน์ของแตงกวากันดีกว่า
1. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใส แตงกวาถือเป็นอาหารของผิวก็ว่าได้ เพราะ อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น วิตามินซี แคลเซียม ซิลิก้า และโปแทสเซียม แล้วยังมีสารสังเคราะห์ที่ให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ทำให้สาวๆ มักจะนำไปบำรุงผิวด้วยการใช้พอกหน้า หรือนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากแตงกวา เช่น โฟมล้างหน้า และครีมบำรุง นอกจากนั้นยังช่วยรักษาผิวไหม้ที่เกิดจากแสงแดดได้ดีอีกด้วย
2. มีคุณสมบัติเป็นยาระบาย เหมาะสำหรับสาวๆ ที่จะทำดีท็อกซ์ แนะนำให้ทานน้ำแตงกวา จะช่วยขับปัสสาวะ และช่วยในเรื่องการขับของเสียออกจากร่างกาย ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารด้วยนะ
3. รักษาสมดุลของร่างกาย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมระดับความดัน และยังช่วยเสริมสร้างระบบการทำงานของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ เป็นต้น
สุดท้าย… แตงกวาเป็นผักที่มีน้ำมาก จึงช่วยแก้กระหาย แล้วยังช่วยลดความร้อนในร่างกาย เมื่อทานไปแล้ว จะทำให้สาวๆ รู้สึกสดชื่น รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมทานแตงกวากันนะค่ะ