Archive for March, 2015

 

กะหล่ำปลีกับประโยชน์ดีๆที่ไม่ควรมองข้าม – 24. March, 2015

พูดถึง “กะหล่ำปลี” คงไม่มีใครไม่รู้จัก ผักนี้มีทั้งสีเขียวและสีม่วง ลักษณะของลำต้นจะสั้น ส่วนใบจะซ้อนกันเป็นชั้นๆ รูปทรงกลมๆ ผล เป็นผักยอดฮิตที่นำไปทานเป็นผักเคียง เช่น เมนูยำต่างๆ ลูกชิ้นทอด สลัดผัก ส้มตำ ลาบ และน้ำตก หรือจะนำไปประกอบอาหาร เช่น กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา และแกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้หมู แต่ละเมนูชวนหิวทั้งนั้นเลย เราไปดูประโยชน์กันดีกว่า
กะหล่ำปลีมีสรรพคุณช่วยแก้เผ็ดร้อนได้ จึงนิยมนำมาทานกับอาหารอีสานเป็นผักเคียง และถือเป็นสุดยอดผักวิตามินเลยนะ เพราะ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด มีสารซัลเฟอร์ ที่ช่วยระงับประสาท ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และนอนหลับสนิท นอกจากนั้นยังช่วยเสริมสร้างระบบการทำงานของร่างกาย ได้แก่ ระบบการทำงานของตับ ระบบการย่อยอาหาร ช่วยล้างพิษในลำไส้ ตับ และไต ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการท้องผูก และมีกรดโฟลิก ซึ่งมีประโยชน์กับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างมาก เพราะ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อยในครรภ์ได้
สำหรับการเลือกซื้อ ให้เลือกหัวที่น้ำหนักปานกลาง ไม่มีรอยซ้ำ เวลานำไปประกอบอาหารควรลอกใบด้านนอกออก 1-2 ใบ แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด และที่สำคัญการทานกะหล่ำปลีควรปรุงให้สุกทุกครั้งนะคะ หากคุณทานผักกะหล่ำดิบในปริมาณมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณในระยะยาวได้ เพราะ ในกะหล่ำปลีมีสาร Goitrogen ที่ทำให้ต่อมไทรอยด์ไม่จับกับไอโอดีน จึงไม่สามารถสร้างสาร Thyroscine ได้ ทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคคอหอยพอก แต่ไม่ต้องกลัว เพราะ สารนี้จะถูกทำลายเมื่อโดนความร้อน เพื่อสุขภาพที่ดีคุณไม่ควรมองข้ามสิ่งเล็กๆ อย่างวิธีการปรุงอาหารนะคะ

แตงกวา ผักสีเขียวเพื่อสุขภาพ – 14. March, 2015

แตงกวา สามารถหาทานได้ง่าย ในประเทศไทยเองนิยมปลูกขายเป็นจำนวนมาก เพราะ ปลูกง่าย และสามารถเก็บผลผลิตได้รวดเร็ว หลายๆ คนมักจะคุ้นเคย และเห็นแตงกวาบ่อยๆ ในอาหารจานด่วน ซึ่งเป็นผักที่นิยมใช้ตกแต่งจานให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น เช่น ข้าวผัด ผัดกระเพรา ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ เป็นต้น อีกทั้งใช้ประกอบอาหารอย่าง แตงกวาผัดใส่ไข่ ต้มจืดแตงกวายัดไส้หมูสับ และยังใช้ทานเป็นผักเคียงกับเมนูน้ำพริกต่างๆ อีกด้วย
เมนูอาหารที่มีแตงกวาเป็นส่วนประกอบมีอยู่มากมาย เรามาดูประโยชน์ของแตงกวากันดีกว่า
1. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใส แตงกวาถือเป็นอาหารของผิวก็ว่าได้ เพราะ อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น วิตามินซี แคลเซียม ซิลิก้า และโปแทสเซียม แล้วยังมีสารสังเคราะห์ที่ให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ทำให้สาวๆ มักจะนำไปบำรุงผิวด้วยการใช้พอกหน้า หรือนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากแตงกวา เช่น โฟมล้างหน้า และครีมบำรุง นอกจากนั้นยังช่วยรักษาผิวไหม้ที่เกิดจากแสงแดดได้ดีอีกด้วย
2. มีคุณสมบัติเป็นยาระบาย เหมาะสำหรับสาวๆ ที่จะทำดีท็อกซ์ แนะนำให้ทานน้ำแตงกวา จะช่วยขับปัสสาวะ และช่วยในเรื่องการขับของเสียออกจากร่างกาย ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารด้วยนะ
3. รักษาสมดุลของร่างกาย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมระดับความดัน และยังช่วยเสริมสร้างระบบการทำงานของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ เป็นต้น
สุดท้าย… แตงกวาเป็นผักที่มีน้ำมาก จึงช่วยแก้กระหาย แล้วยังช่วยลดความร้อนในร่างกาย เมื่อทานไปแล้ว จะทำให้สาวๆ รู้สึกสดชื่น รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมทานแตงกวากันนะค่ะ

หน่อไม้ฝรั่งกับประโยชน์ดีๆที่ไม่ควรมองข้าม – 7. March, 2015

หน่อไม้ฝรั่ง เป็นหน่ออ่อนของต้นแอสพารากัส ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในแถบยุโรป มีด้วยกัน 2 ชนิดคือ หน่อสีขาว และหน่อสีเขียว ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกัน แต่สีที่ต่างกันเกิดจากกระบวนการผลิต ลักษณะของผักมีลำต้นตั้งตรง รสชาติหวานกรอบอร่อย เมนูยอดฮิตของสาวๆ คือ หน่อไม้ฝรั่งผัดน้ำมันหอย อาจจะเพิ่มสีสันด้วยการใส่เนื้อสัตว์ เช่น กุ้ง หมูสับ และเบคอน หรือนำไปลวกจิ้มทานกับปลานึ่ง และน้ำพริกเป็นผักเคียงก็ได้เช่นกัน
หน่อไม้ฝรั่งอุดมไปด้วยโฟเลต ที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอด และสารนี้จำเป็นต่อคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ เพราะช่วยในเรื่องการพัฒนากระดูกไขสันหลังของลูกน้อยในครรภ์ แถมยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายอย่างอ่อน ทั้งยังช่วยขับปัสสาวะ เหมาะสำหรับผู้ป่วยขัดเบา แต่พึงระวังเมื่อทานในปริมาณมากปัสสาวะจะมีกลิ่นฉุน นอกจากนี้ยังเป็นยารักษาโรคเส้นประสาทอักเสบได้ และสาวๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก หน่อไม้ฝรั่งเป็นตัวเลือกหนึ่ง เพราะ มีน้ำตาลน้อย มีคาร์โบไฮเดรต และไขมันต่ำ เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานเช่นกัน
แต่มีข้อห้ามในการบริโภคสำหรับผู้ที่เป็นโรคเกาต์ เพราะ ผักชนิดนี้มีสารฟิวรีนในปริมาณสูง หากทานในปริมาณมากๆ จะทำให้เกลือของกรดยูริกไปเกาะตามข้อ แล้วทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดข้อมากยิ่งขึ้น
สำหรับวิธีการเลือกซื้อ สาวๆ ควรเลือกหน่อไม้ฝรั่งที่มีลำต้นตรง ไม่โค้งงอ หน่อมีลักษณะแน่น กรอบ สีเขียวสด และลำต้นไม่เหี่ยวไม่มีรอยช้ำ ส่วนปลายไม่บานออก หากซื้อมาแล้ว ควรนำไปปรุงอาหารทันที เพราะหน่อไม้ฝรั่งค่อนข้างบอบบาง ช้ำง่าย จึงไม่ควรเก็บไว้นานนะคะ